Our whisky

Alex Cigar & Whisky Bar พาทุกคนรู้จักโลกของ
Single Malt Scotch Whisky

Single Malt Scotch Whisky  นับเป็นวิสกี้ชนิดหนึ่งเช่นกัน แต่ ความโดดเด่นและพิเศษมากคือ ผลิตจากข้าวบาร์เลย์มอลต์เพียง ชนิดเดียวเท่านั้น ใครที่หลงใหลในความคราฟต์บอกเลยว่า ไม่ผิด หวังโดยเฉพาะในอดีตการทำมอลต์เต็มไปด้วยความยาก ลำบาก ต้องใช้ทั้งแรงงานและเวลา จากวัฒนธรรมที่หลากหลายระหว่าง หมู่บ้านกับเมืองต่างๆ เมื่อโรงกลั่นเริ่มเปิดตัว แต่ละโรงกลั่นก็จะ ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของตัวเอง อย่างเช่น แม่น้ำที่ไหลผ่าน หรือลมที่ ต่างกัน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความน่าทึ่งทางรสชาติ และได้ แพร่หลายไปทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน
Our Whisky

คุณสมบัติของ Single Malt Scotch Whisky อย่างถ่องแท้
ตามกฎของ Scotch Whisky Regulations 2009
จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. ต้องผ่านการ หมัก กลั่น บ่ม ในประเทศสก็อตแลนด์
2. ต้องทำมาจากข้าวบาร์เลยมอลต์น้ำและ ยีสต์
3. ต้องทำการกลั่นด้วยทองแดง แบบ Pot Still
4. ต้องบ่มอยู่ถังไม้โอ๊ก ที่ประเทศสก็อตแลนด์เป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี
5. ต้องบรรจุขวดที่ประเทศสก็อตแลนด์ และปริมาณแอลกอฮอล์ไม่น้อยกว่า 40%
ด้วยคุณสมบัติที่เต็มไปด้วยความพิถีพิถัน
และใส่ใจรายละเอียด
จึงทำให้ Single Malt Scotch Whisky ได้รับการยกย่องให้เป็น เครื่องดื่มระดับพรีเมียมแบบดั้งเดิมของประเทศสก็อตแลนด์และ กลายเป็นเครื่องดื่มที่ผู้คนทั่วโลกต่างเทใจให้  Single Malt Scotch Whisky มีรสชาติสุดเฉพาะตัวจากแต่ละโรงกลั่นที่มีความเชี่ยวชาญ แตกต่างกันออกไปทำให้เกิดความน่าค้นหาจนการดื่ม
Single Malt Scotch Whisky ถือเป็นศิลปะสุดมีระดับอีก อย่างหนึ่งเลยทีเดียว

คุณรู้หรือไม่ว่าหาก Single Malt Whisky มาจากคนละเขต
รสชาติก็จะแตกต่างกันสิ้นเชิง และแหล่งผลิต Single Malt Whisky
มีเพียงแค่ 6 เขต เท่านั้น

1Highland

ถือเป็นเขตที่ใหญ่ที่สุดของสก็อตแลนด์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือและตะวันตกของประเทศ มีโรงกลั่นตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ละโรงกลั่น ล้วนมีรสชาติที่ยอดเยี่ยมเฉพาะตัวโดยเอกลักษณ์ของ Highland เป็นเขตที่ราบสูงที่เต็มไปด้วยป่า รสชาติของ Whisky เขตนี้จะ ออกเป็นกลิ่นของไม้ เครื่องเทศ (Wood and Spice) แต่ก็ไม่เสมอ ไปเพราะ เขต Highland มีพื้นที่ใหญ่มาก หากพื้นที่ฝั่งที่ติดทะเล Whisky ที่ออกมาก็อาจจะออกเค็มๆ (Salty) ก็ได้เช่นกัน

ตัวอย่างแบรนด์ที่อยู่ในเขต Highland : Glenmorangie,Dalwhinnie, Oban

2Speyside

ถือเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ และมีโรงกลั่น Single Malt Whisky เยอะที่สุด โดย Whisky ของเขตนี้จะมี รสชาติที่ซับซ้อน (Complex) แบบครบรส ตามแบบฉบับ Single Malt Whisky ที่ค่อนข้างดื่มง่าย ถือเป็นเขตที่เหมาะสำหรับผู้ เริ่มต้นเข้าสู้โลกของ Single Malt Whisky

ตัวอย่างแบรนด์ที่อยู่ในเขต Spayside: Macallan, Glenlivet, Glenfiddich

3Lowland

เป็นพื้นลาบลุ่มโดยมอลต์ของที่นี่จะมีลักษณะเบาและแห้งกว่ามอลต์เขต Highland ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่โรงกลั่น โดย Whisky ของ Lowland จะมีลักษณะเบาบาง ไม่ค่อยซับซ้อน แต่จะเต็มไป ด้วยกลิ่นของดอกไม้ และพืชพรรณ แถมความสดชื่นที่เบาบางใน ตอนท้าย ถือเป็น Single Malt Whisky ที่ดื่มง่ายพอสมควร

ตัวอย่างแบรนด์ที่อยู่ในเขต Lowland : Glenkinchie,Auchentoshan

4Islay

เป็นพื้นที่เกาะอีกเช่นกัน แต่พื้นที่ในเขต Islay จะเต็มไปดินพีท คุณภาพสูง จึงทำให้ Whisky เขตนี้มี กลิ่นรมควันที่สูง (Peat) มากตามมาอีกด้วย ถือเป็น Single Malt Whisky ที่มี เอกลักษณ์เฉพาะตัว ใครไม่เคยชิม Single Malt มาก่อน อาจจะ เบือนหน้าหนีก็เลยได้เช่นกัน
ตัวอย่างแบรนด์ที่อยู่ในเขต Islay: Ardbeg, Laphroaig, Lagavulin

5Campbeltown

เป็นเขตที่ตั้งอยู่ในเขตลักษณะเป็นเกาะทางทิศตะวันตกของสก็อตแลนด์ ซึ่งเขตนี้มีโรงกลั่นอยู่มากกว่า 30 โรงกลั่น แต่ปัจจุบันปิดไป จนเหลือเพียง 3 โรงกลั่นเท่านั้น ส่วนเอกลักษณ์ของวิสกี้เขตนี้ จะมีกลิ่นของวานิลลา ทอฟฟี่ เจือด้วยผลไม้แห้ง นอกจากนี้ยังมี กลิ่นติดควันไอทะเลมาด้วย

ตัวอย่างแบรนด์ที่อยู่ในเขต Campbeltown : Glen Scotia 

6Island

ด้วยความที่บรรยากาศษเป็นเกาะ จึงทำให้ Whisky ที่ออกมามี กลิ่นไอทะเลออกมาด้วย  คาแร็กเตอร์หลักของที่นี่จะอยู่ตรงที่ความ เค็มของลมทะเลที่เข้ามามีบทบาทในรสชาติของโปรดักส์ ซึ่งคุณจะ ได้กลิ่นนั้นแน่ๆ เพียงแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง นอกจากนั้นยัง มีความสโมกกี้จากพีต กลิ่นน้ำผึ้ง และสไปซ์จากพริกไทยดำเป็น ส่วนประกอบ 

ตัวอย่างแบรนด์ที่อยู่ในเขต Island : Talisker, Highland Park